Loading...

Wednesday, July 6, 2011

Little Spain โลกเล็กในแมนฮัตตัน // Report at the The Bankgkok News, Thailand, about Artur Balder first documentary film


 เวลาดูหนังอเมริกัน ส่วนใหญ่เรามักเห็นเรื่องราวของชาวยุโรปอพยพ บ้างเป็นไอริช บ้างเป็นดัทช์ เยอรมัน และบ้างก็เป็นอิตาเลียน


แต่น้อยคราวนักที่จะมีเรื่องราวของ "สแปเนียร์ด" หรือชาวสเปนให้ได้รับรู้กัน

 ทั้งที่ ภาษาสเปนก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย เป็นอันดับสองรองจากภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ

 แต่อย่างที่ทราบ มันเป็นภาษาที่ติดตัวมาจากพลเมืองฮิสปานิคที่มีรากฐานเดิมมาจากประเทศทางแถบ ลาตินอเมริกา อย่าง เม็กซิโก, คิวบา, เปอร์โตริโก ฯ เสียมากกว่า

 ความจริงมีอยู่ว่า บนเกาะแมนฮัตตัน ใจกลางมหานครนิวยอร์ก ที่มีผู้คนทุกเผ่าพันธุ์จากทั่วทุกสารทิศอาศัยอยู่ ไม่เพียงมีชุมชนชาวอิตาเลียนที่เรียกกันว่า "ลิตเติล อิตาลี" หรือชุมชนชาวจีนล้งเล้งอย่าง "ไชน่า ทาวน์" เท่านั้น แต่ยังมี "ลิตเติล สเปน" หรือที่คนในท้องถิ่นพึงใจจะเรียกอย่างถนัดปากว่า "กาเยีย กาโตรเซ" (Calle Catorce) รวมอยู่ด้วย

 แต่เอาเข้าจริงๆ กลับไม่เป็นที่รู้จักรับรู้กันเท่าที่ควร

 เมื่อเร็วๆ นี้ อาร์เทอร์ บาลเดอร์ (Artur Balder) ซึ่งเป็นทั้งนักเขียนและผู้กำกับหนังชาวสเปน เพิ่งนำสารคดีในชื่อ "Little Spain" ออกฉาย โดยเขาเดินทางเข้าไปเจาะลึกยังชุมชนชาวสเปนที่ลงหลักปักฐานในนครนิวยอร์กมา ตั้งแต่คริสศตวรรษที่ 19 และมีการตั้งบ้านเรือนธุรกิจร้านค้าอยู่ใกล้ชิดกัน ในย่านถนนสายที่ 14 ช่วงระหว่างเซเวนธ์แอฟเวอนู กับ เอชต์ธแอฟเวอนู ในพื้นที่ที่เรียกกันว่า "ลาวเออร์ แมนฮัตตัน" นั่นเอง

 อาร์เทอร์ สืบสาวเรื่องราวไปยังชุมชนชาวสเปน (Spanish Benevolent Society) ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1868 และยังดำรงสภาพของความเป็นชมรมเอาไว้ตราบจนปัจจุบัน

 ณ ที่แห่งนี้ ที่ชาวสเปนรุ่นก่อนเรียกอย่างภาคภูมิใจว่า "ลา นาซิอองนาล คลับ" (La Nacional club) เป็นสถานที่เก็บหลักฐานความทรงจำเก่าแก่เอาไว้มากมาย และถือเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับการบอกเล่าถึงเรื่องราวความเป็นไปของชาวสเปน ในสังคมสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่การอพยพย้ายถิ่นฐาน การอพยพครั้งใหญ่ในปี 1898 หลังจากอาณาจักรสเปนสูญเสียคิวบาไป จนถึงยุคทองอันรุ่งเรืองของชาวสเปนในย่านนี้ ภายหลังยุคสงครามกลางเมืองสเปน (1936-1939) กระทั่งถึงช่วงเวลาแห่งความตกต่ำในทศวรรษ 1980-90s

 หนังยังบอกเล่าถึงความเข้มแข็งของชุมชน ผ่านวันหยุดของชาวสเปน หรือที่รู้จักกันในชื่อ St. James Day (Santiago Apostol) ที่ดำเนินมาจนถึงทศวรรษ 90s ก่อนจะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี บนถนนสายที่ 14 ยังมีกลิ่นอายสแปนิชหลงเหลืออยู่พอสมควร แม้จะมี "คลื่นแทรก" จากวัฒนธรรมอื่นปรากฏเข้ามาตามวิถีทางของโลกสมัยใหม่

 กลิ่นอายเก่าๆ คงไว้ให้เห็น ตั้งแต่โบสถ์โรมันคาทอลิก Our Lady of Guadalupe at St. Bernard ที่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 19 หรือจะเป็นร้านอาหารสเปนขึ้นชื่อ อย่าง El Coru?a, La Bilbaina , Cafe Madrid ขณะที่ร้านอาหารเก่าแก่  El Faro ที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 1927 ได้ย้ายไปอยู่ในย่านกรีนิชแล้ว

 นอกเหนือจากนั้น ยังมีร้านหนังสือภาษาสเปน และร้านเสื้อผ้าอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึงร้านเครื่องแต่งกายชื่อดังอย่าง The Iberia

 ไม่เพียงหนังสารคดีเรื่องนี้ ที่เพิ่งสร้างขึ้นในปี 2010-11 เพื่อเผยให้โลกเห็นมุมเล็กๆ บนเกาะแมนฮัตตัน ย้อนหลังไปเกือบ 50 ปีก่อน มีนักแซ็กโซโฟนคนหนึ่งชื่อ คลิฟฟอร์ด จอร์แดน แต่งเพลงชื่อ Little Spain บนจังหวะวอลทซ์ บรรจุไว้ในอัลบั้ม Take Twelve ของนักทรัมเป็ต ลี มอร์แกน ที่ออกวางขายในปี 1962

 ทุกวันนี้ Take Twelve ได้รับการยกย่องให้เป็นอัลบั้มระดับยอดเยี่ยมของนักทรัมเป็ตผู้มีสำเนียงการ บรรเลงจัดจ้านร้อนแรงคนนี้ โดยได้เพื่อนนักดนตรีอีก 4 คนสมทบในการบรรเลง คือ คลิฟฟอร์ด - แซ็กโซโฟน, แบร์รี แฮร์ริส - เปียโน, บ๊อบ แคนชอว์ - เบส และ หลุยส์ เฮย์ส - กลอง มาสานฝันอย่างสมบูรณ์

 ไม่มีบันทึกชัดเจนว่า คลิฟฟอร์ด ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน แต่เชื่อแน่ว่าด้วยการใช้ชีวิตอยู่ในนิวยอร์ก ซิตี ตัวของนักแต่งเพลงคนนี้น่าจะรู้จักพื้นที่ "ลิตเติล สเปน" อยู่บ้าง และนำประสบการณ์จากการคลุกคลีหรือใช้ชีวิตมาเป็นวัตถุดิบสำหรับการสร้างงาน ดนตรีในที่สุด



Place : Little Spain
Song : Little Spain
Composer : Clifford Jordan
Artists : Lee Morgan , Andrew Hill
Movie : Little Spain
Director : Artur Balder
City : Manhattan , New York City

No comments: